แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทบรรณาธิการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทบรรณาธิการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รัฐธรรมนูญ เหยื่อนักการเมือง



ข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มจะวนไปวนมา พรรคนั้นจะเอาอย่างนี้ พรรคนี้จะเอาอย่างนั้น สรุปภาพรวมถกเถียงกันมาเป็นเดือน แทบไม่มีตรงไหนที่ประชาชนได้ประโยชน์ มีแต่นักการเมืองปากมอมทั้งหลายเอาประชาชนไปอ้างว่า ที่เถียงกันมาก็ทำเพื่อประชาชน

เป็นความอัปยศอดสูของนักการเมืองไทย ที่ตีราคากฎหมายสูงสุดของประเทศเป็นเพียงแค่โสเภณี จะให้ความสำคัญก็เมื่อมีความยากเป็นการส่วนตัว และพร้อมจะถีบทิ้งหากไม่มีประโยชน์ใดๆ ให้ หากพิจารณาความต้องการของพรรคการเมืองต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าขึ้นกับสถานภาพของพรรคการเมือง ว่าช่วงเวลานั้นพรรคการเมืองพรรคนั้นเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล

เมื่อครั้งพรรคเพื่อไทย หรือพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ภายใต้นายกรัฐมนตรีชื่อ สมัคร สุนทรเวช กับ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีความกระเหี้ยนกระหือรืออย่างเห็นได้ชัดว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 กับบทเฉพาะกาลมาตรา 309 จุดประสงค์ก็เพื่อลบล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

ร้อยตำรวจเอกดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ในวันนั้นมีวาสนาได้นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 มาตราข้างต้น เพราะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน แม้แต่นายใหญ่ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ก็แสดงจุดยืนเดียวกันนี้ และในวันนั้นไม่มีใครสักคนที่พูดว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้แทนปี 2550 แต่พูดกันแค่ว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ในบางมาตราที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในความหมายของคนชื่อทักษิณเท่านั้น

เพราะอะไร! ก็เพราะพรรคพลังประชาชนรู้ดีว่า ขณะที่ตัวเป็นรัฐบาลอยู่นั้นโอกาสที่จะพลิกรัฐธรรมนูญอย่างขนานใหญ่ อาจทำให้รัฐบาลล้มลงได้

แล้วพรรคประชาธิปัตย์ในวันนั้นว่าไง? พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกกรณี จุดยืนคือใช้รัฐธรรมนูญไปสักระยะให้รู้ถึงข้อบกพร่องแล้วค่อยแก้ไขทีหลังขณะที่ยังเป็นฝ่ายค้าน ผ่านไปแค่พริบตาเดียวพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล กลายเป็นตัวตั้งตัวตีแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยฉีกซองเอา 6 ประเด็นสำเร็จรูปจากกรรมการสมานฉันท์มาชง โดยให้สังคมโดยรวมเข้าร่วมในการแก้ไข

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รู้ดีว่า 6 ประเด็นของกรรมการสมานฉันท์ไม่มีทางนำไปสู่ความสมานฉันท์ในชาติได้ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นแค่ข้ออ้างในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง แต่นายอภิสิทธิ์เลือกที่จะแก้ไขเพียงเพื่อให้ 6 ประเด็นนี้เป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกครหาว่ารัฐบาลไม่ได้ริเริ่มให้มีการสมานฉันท์ ทั้งยังสามารถยืดอายุรัฐบาลไปได้อีกหลายเดือน

รัฐธรรมนูญถูกฉุดครั้งแล้วครั้งเล่า ตามแต่นักการเมืองต้องการให้สนองตัณหาเมื่อไหร่และอย่างไร ทั้งๆ ที่โดยเนื้อแท้ของรัฐธรรมนูญปี 2550 คือฉบับปรับปรุงปี 2540 แม้จะมีที่มาจากการรัฐประหาร แต่ใช่ว่าจะเลวทรามถึงขนาดต้องฉีกทิ้ง

สาระของรัฐธรรมนูญปี 2550 แน่นกว่าปี 2540 ใน 2 หมวดหลักคือ สิทธิเสรีภาพของประชาชน กับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เป็นการพัฒนามาจากปี 2540 แต่นักการเมืองจัญไรพยายามใส่ไฟว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ

น่าแปลกที่คนญี่ปุ่นภูมิใจกับรัฐธรรมนูญของเขา ทั้งที่เป็นรัฐธรรมนูญซึ่งได้มาในฐานะผู้แพ้สงคราม หากคนญี่ปุ่นฉีกรัฐธรรมนูญที่นายพลแมคอาเธอร์ยัดเยียดให้ ป่านนี้ไม่มีใครรู้ได้ว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีการดำรงอยู่ของสถาบันจักรพรรดิ และการยกเลิกการผูกขาดทางเศรษฐกิจ จะยังคงอยู่เหมือนในปัจจุบันหรือไม่

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ของฟรีไม่มีในโลก

บทบรรณาธิการ แนวหน้า



โลกนี้ไม่มีของฟรี เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีต้นทุน ดังนั้นผู้ที่เข้าใจผิดคิดเอาเองว่า ได้ของฟรี มีลาภลอย จึงเป็นผู้ที่ไม่อยู่กับความเป็นจริง

ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสังคมด้อยพัฒนาล้าหลังทางความคิด คือ ประชากรในสังคมเช่นนี้ มักถูกมอมเมาด้วยอำนาจรัฐให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มในเรื่องของฟรี คิดว่าไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายก็จะมีข้าวของเงินทองร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

เหตุผลประการสำคัญที่รัฐบาลซึ่งมีจิตคิดไม่ซื่อ มักจงใจมอมเมาประชาชนด้วยกลอุบายนี้ก็เพราะ ไม่ต้องการเห็นประชาชนมีความเข้มแข็ง เพราะหวาดวิตกว่าจะครอบงำความคิดและพฤติกรรมของประชาชนไม่ได้อีกต่อไป

จึงไม่ต้องประหลาดใจที่นักเลือกตั้งของไทยชอบหว่านเงินให้กับประชาชน พร้อมๆ กับการออกนโยบายแหกตาด้วยการลด แลก แจก แถม และให้ฟรีสารพัดสารพันจนจำไม่หวาดไม่ไหว

รัฐบาลสมควรจะต้องรู้ว่าการหว่านเงินให้กับสังคมโดยไร้สติยั้งคิด การโปรยเงินให้กับชุมชนโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยไม่สนใจว่าเงินที่หว่านลงไปนั้นจะก่อประโยชน์อย่างถาวรกับชุมชนหรือไม่ อีกทั้งยังไม่มีวิธีการตรวจสอบและวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลการใช้เงินอย่างเป็นรูปธรรม เหล่านี้คือ ต้นตอแห่งความหายนะของสังคม

น่าสังเวชที่ทุกรัฐบาลพยายามหลอกลวงประชาชนด้วยของฟรีที่เป็นภาพลวงตา เพียงเพื่อแลกเปลี่ยนกับคะแนนนิยมทางการเมือง โดยหวังผลสุดท้ายแค่เพียงให้ตนเองได้กลับไปยึดครองอำนาจรัฐ

ขอย้ำอีกครั้งเพื่อเตือนสติประชาชนผู้ใสซื่อบริสุทธิ์และนักเลือกตั้งผู้มีจิตคิดฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน โปรดอย่างหลอกตัวเองต่อไปอีกเลย โปรดกลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริงเสีย โปรดจำไว้ว่าของฟรีไม่มีในโลก

รัฐบาลที่มีความรักและหวังดีอย่างแท้จริงกับประชาชนต้องกล้าพูดความจริง แม้ความจริงนั้นอาจจะเป็นสิ่งเจ็บปวดและบาดหูบาดใจผู้ฟังก็ตาม รัฐบาลต้องกล้าบอกประชาชนว่า บรรดาของฟรีที่จงใจเอามามอมเมาประชาชนนั้นล้วนแล้วแต่มีต้นทุน เงินทองที่รัฐบาลใช้หว่านเพื่อแจกของฟรีก็มาจากเงินงบประมาณแผ่นดิน แล้วเงินงบประมาณแผ่นดินก็มาจากภาษีอากรของประชาชน

ในสภาพความเป็นจริงก็คือ รัฐบาลกำลังประสบปัญหาสาหัสในการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน แต่ก็กลับใช้จ่ายเงินที่ไม่ค่อยจะมีอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีเหตุผล โดยนำไปจ่ายอย่างไร้ความรับผิดชอบในนโยบายหลอกลวงมอมเมาประชาชน ภายใต้ภาพมายาประชานิยม

ขอให้นักเลือกตั้งได้โปรดยุติการใช้นโยบายหลอกลวงประชาชน ยุติการเหยียบหัวประชาชนขึ้นไปครอบครองอำนาจรัฐ ก่อนที่สังคมไทยจะล่มสลาย โปรดยุติการปลูกฝังนิสัยเห็นแก่ได้และมักมากให้ประชาชน โปรดอย่าทำให้ประชาชนกลายเป็นคนพิการง่อยเปลี้ย เสียขา ปัญญาอ่อน

อย่าทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนด้วยของฟรี แต่จงช่วยพัฒนาศักยภาพให้พลเมืองไทยรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของตน สามารถยืนด้วยลำแข้งของตนได้อย่างสมศักดิ์ศรี อย่ามองประชาชนเป็นเสมือนตัวตลกผู้โง่เขลาเบาปัญญา จงจำไว้ว่าการทำให้พลเมืองอ่อนแอคือการจงใจทำลายประเทศไทย

วันที่ 28/8/2009

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หยุดบ่อนทำลายชาติเพื่อทักษิณ

บทบรรณาธิการ แนวหน้า

ทั้งๆ ที่บ้านเมืองยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องการเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาพพจน์ของประเทศในสายตานานาชาติ และยังมีปัญหาอีกมากมายที่จะต้องแก้ไขเพื่อนำพาบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าและหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ขบวนการคนเสื้อแดงที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหวตีรวนป่วนเมือง และพยายามที่จะสร้างสถานการณ์จุดไฟเผาบ้านป่วนเมืองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย

ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ รวมทั้ง สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนสภาหอการค้าไทย ต่างออกมาชี้อย่างสอดคล้องกันว่า แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างชัดเจน แต่ปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำคัญก็คือ ปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่นิ่งเต็มไปด้วยความปั่นป่วนวุ่นวายโดยเฉพาะจากการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นตัวทำลายความเชื่อมั่นและฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่ให้รุดหน้าไปอย่างที่ควรจะเป็น

ก่อนหน้านี้ ขบวนการคนเสื้อแดงจากการปลุกปั่นของอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นนักโทษหนีความผิดคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ได้ก่อเหตุร้ายบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียน 10 บวก 3 บวก 6 ที่พัทยา และก่อจลาจลทั่วกรุงเทพมหานคร ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อภาพพจน์ของประเทศอย่างยับเยินมาแล้ว และยังไม่ละความพยายามที่จะก่อเหตุการณ์รุนแรงเพื่อโค่นล้มรัฐบาลและสิ่งที่เรียกว่าอมาตยาธิปไตย

การเคลื่อนไหวของขบวนการเสื้อแดงภายใต้การบงการของพ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมายที่แท้จริงก็คือ ต้องการฟอกผิดคดีทุจริตทั้งหมดให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ รวมทั้งทวงคืนทรัพย์สินมูลค่า 76,000 ล้านบาท ที่ถูกฟ้องยึดตกเป็นของแผ่นดิน ตลอดจนหวังที่จะฟื้นระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศอีกครั้ง

ล่าสุด การที่ขบวนการคนเสื้อแดงภายใต้การปลุกระดมของ พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมเคลื่อนไหวด้วยการแต่งชุดดำไว้ทุกข์และยกขบวนไปประท้วงหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รวมทั้งเตรียมชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ เพื่อขับไล่รัฐบาล ท่ามกลางรายงานข่าวกรองของหน่วยงานด้านความมั่นคงที่แสดงความวิตกว่าขบวนการเสื้อแดงกำลังจะสร้างสถานการณ์เผาบ้านป่วนเมืองครั้งใหม่ จนรัฐบาลต้องเตรียมออกพระราชบัญญัติความมั่นคงเพื่อคอยรับมือกับเหตุการณ์รุนแรงที่ตั้งเค้าทมึน

ทั้งนี้ ถ้าจะว่าไปแล้วรากเหง้าต้นตอของเหตุการณ์รุนแรงและการเคลื่อนไหวที่บ่อนทำลายชาติบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา ล้วนมีสาเหตุและเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลเพียงคนเดียวนั่นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีขบวนการคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ของบ้านเมืองที่กำลังเริ่มจะเข้าที่เข้าทางเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขและเดินไปข้างหน้าเสียที หลังจากที่บอบช้ำอย่างหนักมามากแล้ว ขณะเดียวกันก็คงอยากเรียกร้องไปยังอดีตนายกรัฐมนตรีและบรรดาขบวนการคนเสื้อแดงว่าเมื่อไหร่จะเลิกบ่อนทำลายเผาบ้านป่วนเมืองเพื่อตัวเองเสียที

วันที่ 27/8/2009